วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2558

สโมสรเมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด

ประวัติสโมสร
"ค้างคาวมหากาญจน์"เมืองกาญจน์ เอฟซี สโมสรประจำลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ที่ตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของเมืองไทยในปี 2009 และก็นับเป็นครั้งแรกของพวกเขาอีกด้วย เมื่อผู้ใหญ่ภายในจังหวัดเห็นชอบว่ากาญจนบุรีควรที่จะมีทีมฟุตบอลอาชีพขึ้นมาแบบจริงจัง และนั้นก็เป็นที่มาของสโมสรเมืองกาญจน์ เอฟซี ซึ่งพวกเขาได้ตั้งสมญานามของตัวเองขึ้นมาว่า"ค้างคาวมหากาญจน์" พร้อมโลโก้ประจำสโมสรที่เป็นรูปค้างคาว ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้สัตว์ชนิดนี้เป็นโลโก้ประจำสโมสรนั้นมาจากค้างคาวคุณกิตติที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลกซึ่งถูกค้นพบที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นครั้งแรกนั่นเอง

สโมสรเมืองกาญจน์ เอฟซี ก่อตั้งขึ้นโดน สจ.เจี๊ยบ ชูศักดิ์ แม้นทิม พร้อมกันนั้นก็ได้ทีมงานมืออาชีพอย่าง "โค้ชติ" ฐิติ สุโกรัตน์(เฮดโค้ช)พร้อมด้วย อดุลย์ แจ่มแจ้ง(ผช.ผู้ฝึกสอน) และ สุดใจ ธนะวัตต์(ผช.ผู้ฝึกสอน) ที่คลุกคลีกับฟุตบอลภายในเมืองกาญจน์เป็นอย่างดีอยู่แล้ว พร้อมกับเตรียมช่วยกันพาเมืองกาญจน์ เอฟซีลุยศึกดิวิชั่น 2 ฤดูกาลหน้า โดยการสู้ศึกลีกภูมิภาคดิวิชั่น2ฤดูกาล2010 ทีมน้องใหม่อย่าง"เมืองกาญจน์ เอฟซี"ก็จะปักหลักใช้สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (กลีบบัว) ที่เคยผ่านศึกไทยพรีเมียร์ลีกมาแล้วกับ ทีโอที เอฟซี รวมไปถึงกีฬารายการสำคัญๆ เช่น กีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยสามารถรองรับแฟนฟุตบอลได้ถึง 18,000 คน เป็นสังเวียนเหย้า

หลังจากนั้นในปี 2012 สโมสรประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ อิศเรศ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ (เสี่ยแบงค์) ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรก่อนจบฤดูกาล 2012 และได้ทำการเปลี่ยนชื่อสโมสรเป็น "เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด"ไโดยดึง ประเทศ บุญยงค์ (นายกเทศมนตรีทองผาภูมิ)เป็นผู้จัดการทีม และได้ ประเสิรฐ ช้างมูล (อดีตนักเตะทีมชาติไทย,ผู้ฝึกสอนเยาวชนอินทรีย์เพื่อนตำรวจ)มาเป็นผู้ฝึกสอน

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นไฮไลท์ และถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาญจนบุรี แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเที่ยวชมมากที่สุด ใครมาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรีแล้ว ยังไม่เคยได้ไปเดินบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือยังไม่ได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับสะพานข้ามแม่น้ำแคว เรียกได้ว่ายังมาไม่ถึงเมืองกาญจน์

สะพานข้ามแม่น้ำแคว อยู่บริเวณสถานีรถไฟสะพานแควใหญ่ ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองซึ่งห่างจากตัวเมืองเพียง 4 กิโลเมตร หากมาทางหลวง 323 จะเห็นป้ายบอกทางเลี้ยว ด้านซ้ายมือ ขับเข้าไปประมาณ 870 เมตรจากปากทางเข้า ก็จะถึงตัวสะพาน

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว สามารถมาได้ทั้งทางรถยนต์และทางรถไฟ ซึ่งรถไฟจะหยุดให้ลงที่สถานีสะพานแควใหญ่ จากนั้นนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินข้ามสะพานเพื่อชมอีกฟากฝั่งของสะพานซึ่งมีความยาวประมาณ 300 เมตรทางเดินตรงกลางสะพานมีแผ่นเหล็กปูบนไม้หมอนให้สามารถเดินได้สะดวกขึ้น มีจุดพักทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของสะพานเป็นระยะๆ เพื่อใช้เป็นที่หลบหลีกรถไฟขณะแล่นผ่านด้วย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สะดวกที่จะเดินข้ามสะพานทางรถไฟ ก็สามารถใช้บริการรถราง (Fairmong) ที่มีให้บริการทุกวัน โดยวิ่งจากสถานีไปยังอีกฝั่งแม่น้ำ แล้ววิ่งกลับมาส่ง ณ จุดเดิม เก็บค่าโดยสารคนละ 20 บาท ใช้เวลาประมาณ 15 นาที รถรางมีช่วงเวลาให้บริการคือ